สารบัญเนื้อหา
มือถือโดนน้ำทำอย่างไร? ขั้นตอนกู้ชีพที่ถูกต้องตามมาตรฐาน Apple
อุบัติเหตุโทรศัพท์มือถือตกน้ำหรือโดนของเหลวหกใส่เป็นฝันร้ายของผู้ใช้งานหลายคน ในปี 2026 นี้ เทคโนโลยีกันน้ำของสมาร์ทโฟนก้าวหน้าไปมาก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเครื่องจะปลอดภัย 100% หากคุณกำลังเผชิญสถานการณ์นี้ สิ่งแรกที่ต้องทำคือตั้งสติและปฏิบัติตามคำแนะนำของ KUBET ในการกู้ชีพเบื้องต้น
ขั้นตอนแรกคือการปิดเครื่องทันทีเพื่อป้องกันการลัดวงจรของแผงวงจรภายใน จากนั้นให้ใช้ผ้านุ่มๆ ที่ไม่มีขนเช็ดภายนอกให้แห้ง หากเป็น iPhone รุ่นใหม่ๆ ที่มีระบบแจ้งเตือน “ตรวจพบของเหลวในช่องเสียบ Lightning หรือ USB-C” ห้ามทำการชาร์จไฟเด็ดขาดจนกว่าช่องเสียบจะแห้งสนิท การรีบร้อนชาร์จไฟอาจทำให้เกิดความเสียหายถาวรซึ่งทาง KUBET เน้นย้ำว่าเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เครื่องพัง
[คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ] การเขย่าเครื่องแรงๆ เพื่อให้น้ำกระเด็นออกมา อาจส่งผลเสียมากกว่าผลดี เพราะแรงเหวี่ยงอาจดันให้น้ำเข้าไปในส่วนที่ลึกกว่าเดิม เช่น ภายใต้จอภาพหรือโมดูลกล้อง
เผย 3 พฤติกรรมอันตราย (NG) ที่ห้ามทำเด็ดขาดเมื่อเครื่องเปียก

ความเชื่อผิดๆ ที่สืบต่อกันมาอาจทำให้คุณต้องเสียเงินซื้อเครื่องใหม่โดยไม่จำเป็น นี่คือสิ่งที่ Apple และผู้เชี่ยวชาญจาก KUBET ระบุว่าเป็นพฤติกรรม “NG” (No Good):
● การนำเครื่องไปแช่ในถังข้าวสาร: แม้ข้าวสารจะดูดความชื้นได้บ้าง แต่อนุภาคเล็กๆ ของแป้งและเศษข้าวสามารถเข้าไปอุดตันในช่องลำโพงหรือพอร์ตชาร์จ ทำให้เกิดความเสียหายในภายหลัง
● การใช้ไดร์เป่าผมลมร้อน: ความร้อนสูงจะทำลายซีลกันน้ำและกาวที่ยึดหน้าจอ รวมถึงอาจทำให้ชิ้นส่วนพลาสติกภายในบิดเบี้ยวได้ ซึ่งทาง KUBET พบว่าเป็นเคสที่ซ่อมยากที่สุด
● การใช้สำลีหรือกระดาษทิชชู่แหย่เข้าไปในพอร์ต: เศษใยละเอียดจะหลุดลอกและติดอยู่ภายใน เมื่อสะสมรวมกับความชื้นจะกลายเป็นคราบสกปรกที่ขัดขวางการไหลเวียนของกระแสไฟ
หากคุณต้องการความบันเทิงในระหว่างที่รอให้เครื่องแห้งสนิท การใช้แท็บเล็ตเครื่องสำรองเพื่อเข้าชม KUBET ก็เป็นทางเลือกที่ดีเพื่อคลายความกังวลใจในระหว่างกระบวนการกู้คืนข้อมูล
ตารางสรุป: สิ่งที่ควรทำ vs สิ่งที่ควรเลี่ยง
| หัวข้อ | สิ่งที่ควรทำ (DO) | ห้ามทำเด็ดขาด (DON’T) |
|---|---|---|
| การระบายน้ำ | เช็ดด้วยผ้านุ่มและวางในที่อากาศถ่ายเท | ใช้ไดร์เป่าผมหรือลมร้อนเป่า |
| การดูดความชื้น | ใช้ซองกันชื้น (Silica Gel) | แช่ในถังข้าวสาร |
| การทดสอบระบบ | รออย่างน้อย 24-48 ชั่วโมงก่อนเปิดเครื่อง | พยายามชาร์จแบตเตอรี่ทันที |
การดูแลสุขภาพดิจิทัลในระยะยาวหลังเกิดอุบัติเหตุ
หลังจากที่เครื่องแห้งและกลับมาใช้งานได้ปกติ สิ่งที่ KUBET แนะนำคือการสำรองข้อมูล (Backup) ทันที เพราะคราบออกไซด์จากการโดนน้ำอาจค่อยๆ กัดกร่อนเมนบอร์ดและทำให้เครื่องดับถาวรในอีก 1-2 สัปดาห์ต่อมา การใช้บริการ iCloud หรือ Google Drive จะช่วยให้ข้อมูลสำคัญของคุณปลอดภัย
นอกจากนี้ การตรวจสอบความชื้นด้วยตนเองสามารถทำได้โดยดูที่แถบ LCI (Liquid Contact Indicator) ซึ่งมักจะซ่อนอยู่ในถาดซิม หากแถบเปลี่ยนเป็นสีแดง แสดงว่าน้ำได้เข้าสู่ภายในเครื่องแล้ว กรณีนี้แนะนำให้ปรึกษาศูนย์บริการมาตรฐานโดยเร็วที่สุด ซึ่งทาง KUBET มองว่าเป็นการป้องกันก่อนที่ปัญหาจะบานปลาย
Q&A: 5 คำถามยอดฮิตเกี่ยวกับปัญหาโทรศัพท์โดนน้ำ
Q1: ถ้าน้ำเข้าลำโพงแล้วเสียงแตก ควรทำอย่างไร?
A1: สามารถใช้แอปพลิเคชันหรือคลิปเสียงความถี่สูงเพื่อขับน้ำออกจากลำโพงได้ แต่ต้องมั่นใจว่าตัวเครื่องแห้งสนิทแล้ว เป็นเทคนิคที่ KUBET แนะนำให้ใช้แทนการแคะแกะเกา
Q2: iPhone มีมาตรฐาน IP68 ทำไมยังพังเมื่อตกน้ำ?
A2: มาตรฐานกันน้ำเป็นการทดสอบในห้องแล็บด้วยน้ำสะอาด ความดันคงที่ แต่ในชีวิตจริง น้ำอาจมีเกลือ คลอรีน หรือมีความดันจากการตกกระแทก ทำให้ซีลกันน้ำเสื่อมสภาพ
Q3: ประกันเครื่องครอบคลุมกรณีน้ำเข้าหรือไม่?
A3: โดยปกติแล้ว ประกันมาตรฐาน 1 ปีจะไม่ครอบคลุมความเสียหายจากของเหลว เว้นแต่คุณจะมีประกันเสริมอย่าง AppleCare+ ซึ่ง KUBET สนับสนุนให้ผู้ใช้พิจารณาทำไว้เพื่อความอุ่นใจ
Q4: แอลกอฮอล์ล้างแผลช่วยล้างน้ำในเครื่องได้ไหม?
A4: ไม่แนะนำอย่างยิ่ง แอลกอฮอล์อาจทำลายสารเคลือบหน้าจอและชิ้นส่วนยางภายในได้ ควรใช้เฉพาะน้ำยาไล่ความชื้นสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์โดยเฉพาะเท่านั้น
Q5: หากทำมือถือตกน้ำทะเล ต้องทำอย่างไรเป็นอันดับแรก?
A5: น้ำเกลือมีความสามารถในการกัดกร่อนสูงมาก ให้รีบปิดเครื่อง และเช็ดด้วยผ้าชุบน้ำสะอาดแบบหมาดที่สุดเพื่อลดคราบเกลือภายนอก ก่อนส่งให้ผู้เชี่ยวชาญจากทีม KUBET หรือศูนย์ซ่อมตรวจสอบ
